highlight

6/recent/ticker-posts

Ad Code

Responsive Advertisement

5 โหมดแอร์ยอดฮิต เลือกให้ถูกชีวิตเปลี่ยน โหมดไหนเย็นสุด-ประหยัดไฟจริง?

สัญลักษณ์ โหมดแอร์ยอดฮิต

เคยไหม กดรีโมทแอร์ไปมาแต่ห้องก็ไม่เย็นสักที แถมค่าไฟยังพุ่งกระฉูด! ปัญหาไม่ได้อยู่ที่แอร์ครับ แต่อยู่ที่ "การเลือกโหมด" วันนี้ผมจะพาไปถอดรหัสรหัสลับบนรีโมทแอร์ปี 2026 ให้คุณใช้งานได้คุ้มค่าทุกสตางค์

5 สัญลักษณ์ โหมดแอร์ยอดฮิต 

❄️1. โหมด Cool (รูปเกล็ดหิมะ): "เย็นสั่งได้"
โหมดขวัญใจคนไทยที่นิยมใช้มากที่สุด
  • การทำงาน: คอมเพรสเซอร์ทำงานเต็มสูบเพื่อลดอุณหภูมิให้ได้ตามที่ตั้งไว้
  • เหมาะสำหรับ: วันที่อากาศร้อนจัด หรือต้องการให้ห้องเย็นเร็วทันใจ
  • จุดเด่น: เย็นที่สุด และคุมอุณหภูมิได้แม่นยำที่สุด
💧 2. โหมด Dry (รูปหยดน้ำ): "ไล่ความชื้น สบายตัว"
หลายคนเข้าใจผิดว่าโหมดนี้ทำให้เย็น แต่จริงๆ แล้วหน้าที่ของมันคือ...
  • การทำงาน: เน้นดึงความชื้นออกจากอากาศโดยไม่เน้นลดอุณหภูมิ
  • เหมาะสำหรับ: วันที่ฝนตก, อากาศเหนียวตัว หรือห้องที่เหม็นอับ
  • จุดเด่น: ช่วยให้หลับสบาย ไม่รู้สึกแฉะผิว และช่วยลดการสะสมของเชื้อรา
🔄 3. โหมด Auto (รูปตัว A หรือลูกศรหมุน): "คิดแทนคุณ"
โหมดสมาร์ทสำหรับคนที่ไม่ชอบตั้งค่าบ่อยๆ
  • การทำงาน: แอร์จะตรวจวัดอุณหภูมิห้องแล้วสลับระหว่างโหมด Cool และ Dry ให้เองโดยอัตโนมัติ
  • เหมาะสำหรับ: การใช้งานทั่วไปที่อุณหภูมิภายนอกไม่เปลี่ยนแปลงมาก
  • จุดเด่น: สะดวกสบายที่สุด ไม่ต้องคอยหยิบรีโมทมากดบ่อยๆ
🌬️ 4. โหมด Fan (รูปใบพัด): "พัดลมติดผนัง ประหยัดสุด"
โหมดนี้คอมเพรสเซอร์ (ตัวนอกบ้าน) จะหยุดทำงานทันที!
  • การทำงาน: ปล่อยออกมาแค่ลมจากพัดลมภายในเครื่องเท่านั้น
  • เหมาะสำหรับ: ใช้ไล่ความชื้นในเครื่องหลังเลิกใช้งาน (เปิดทิ้งไว้ 15-30 นาที) เพื่อลดกลิ่นอับ
  • จุดเด่น: ประหยัดไฟที่สุด เพราะเครื่องไม่ได้ทำความเย็น
☀️ 5. โหมด Heat (รูปดวงอาทิตย์): "อบอุ่นในวันหนาว"
ส่วนใหญ่จะมีในแอร์ระบบ Inverter รุ่นสูงๆ (หรือแอร์ในต่างประเทศ)
  • การทำงาน: เป่าลมร้อนออกมาเพื่อให้ห้องอุ่นขึ้น
  • เหมาะสำหรับ: ฤดูหนาวในภาคเหนือหรือพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัด
  • จุดเด่น: ช่วยให้อุ่นสบายโดยไม่ต้องเปิดเครื่องทำความร้อน (Heater) แยก

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

Ad Code

Responsive Advertisement