เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ "หูอื้อ" เมื่อเพื่อนหรือคนใกล้ตัวปิดประตูรถใส่แบบเต็มแรง จนบางครั้งอดไม่ได้ที่จะต้องอุทานออกมา แต่รู้หรือไม่ครับว่าการ "ปิดประตูรถแรง" ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของมารยาทหรือความถนอมของรักเท่านั้น แต่มันส่งผลเสียต่อระบบวิศวกรรมของรถยนต์ในระยะยาวอย่างที่คุณคาดไม่ถึง
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ผมจะพาไปเจาะลึกว่า การปิดประตูแรงๆ ส่งผลกระทบต่อส่วนไหนของรถบ้าง และทำไมเราถึงควรเลิกพฤติกรรมนี้ครับ
ปิดประตูรถแรง เป็นไรไหม
1. ยางขอบประตูเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร (Door Seals)
หน้าที่หลักของยางขอบประตูคือการกันเสียง กันน้ำ และกันฝุ่น การกระแทกแรงๆ จะทำให้ยางถูกบีบอัดอย่างรุนแรงและบ่อยครั้งเกินความจำเป็น ส่งผลให้:
- ยางเสียรูปทรงและฉีกขาดง่าย
- ผลที่ตามมา: เสียงลมเข้าห้องโดยสารดังขึ้น และอาจมีน้ำรั่วซึมเวลาฝนตกหรือล้างรถ
2. กลอนประตูและกลไกล็อคเสียหาย (Latch Mechanism)
กลไกภายในประตูรถประกอบด้วยสปริงและตัวล็อคโลหะขนาดเล็ก การปิดแรงๆ เปรียบเสมือนการเอาค้อนไปทุบกลไกเหล่านั้นทุกวัน
- ตัวล็อคอาจจะ "ล้ม" หรือเบี้ยวผิดรูป
- ผลที่ตามมา: ประตูจะปิดยากขึ้น ต้องออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือในกรณีร้ายแรงคือ "ประตูล็อคไม่อยู่" ขณะขับขี่ ซึ่งอันตรายมาก
3. ระบบไฟฟ้าและกระจกหน้าต่าง (Window Regulator)
ภายในแผงประตูไม่ได้มีแค่เหล็ก แต่มันคือที่อยู่ของมอเตอร์กระจกไฟฟ้า สายไฟ และเซนเซอร์ต่างๆ
- แรงสั่นสะเทือนสะสมอาจทำให้รางกระจกหลวมหรือมอเตอร์เคลื่อน
- ผลที่ตามมา: กระจกขึ้น-ลงช้าลง มีเสียงดังแกรกๆ หรือกระจกค้าง
4. โครงสร้างและบานพับเสียศูนย์ (Door Hinges & Alignment)
ประตูรถยนต์มีน้ำหนักค่อนข้างมาก การเหวี่ยงปิดด้วยความเร็วสูงจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงที่จุดหมุนหรือบานพับ
- ผลที่ตามมา: เมื่อบานพับเริ่มทรุด ประตูจะปิดไม่สนิท มีอาการ "ประตูตก" เวลาเปิดจะรู้สึกติดขัด และทำให้สีขอบประตูเสียดสีกันจนถลอก
22.jpg)
0 ความคิดเห็น