highlight

6/recent/ticker-posts

Ad Code

Responsive Advertisement

ปิดประตูรถแรงๆ บ่อยครั้ง เป็นไรไหม เจ้าของรถต้องรู้

ปิดประตูรถแรง เป็นไรไหม

เชื่อว่าหลายคนคงเคยเจอประสบการณ์ "หูอื้อ" เมื่อเพื่อนหรือคนใกล้ตัวปิดประตูรถใส่แบบเต็มแรง จนบางครั้งอดไม่ได้ที่จะต้องอุทานออกมา แต่รู้หรือไม่ครับว่าการ "ปิดประตูรถแรง" ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของมารยาทหรือความถนอมของรักเท่านั้น แต่มันส่งผลเสียต่อระบบวิศวกรรมของรถยนต์ในระยะยาวอย่างที่คุณคาดไม่ถึง

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ ผมจะพาไปเจาะลึกว่า การปิดประตูแรงๆ ส่งผลกระทบต่อส่วนไหนของรถบ้าง และทำไมเราถึงควรเลิกพฤติกรรมนี้ครับ

ปิดประตูรถแรง เป็นไรไหม

1. ยางขอบประตูเสื่อมสภาพก่อนวัยอันควร (Door Seals)

หน้าที่หลักของยางขอบประตูคือการกันเสียง กันน้ำ และกันฝุ่น การกระแทกแรงๆ จะทำให้ยางถูกบีบอัดอย่างรุนแรงและบ่อยครั้งเกินความจำเป็น ส่งผลให้:

  • ยางเสียรูปทรงและฉีกขาดง่าย
  • ผลที่ตามมา: เสียงลมเข้าห้องโดยสารดังขึ้น และอาจมีน้ำรั่วซึมเวลาฝนตกหรือล้างรถ

2. กลอนประตูและกลไกล็อคเสียหาย (Latch Mechanism)

กลไกภายในประตูรถประกอบด้วยสปริงและตัวล็อคโลหะขนาดเล็ก การปิดแรงๆ เปรียบเสมือนการเอาค้อนไปทุบกลไกเหล่านั้นทุกวัน

  • ตัวล็อคอาจจะ "ล้ม" หรือเบี้ยวผิดรูป
  • ผลที่ตามมา: ประตูจะปิดยากขึ้น ต้องออกแรงมากขึ้นเรื่อยๆ หรือในกรณีร้ายแรงคือ "ประตูล็อคไม่อยู่" ขณะขับขี่ ซึ่งอันตรายมาก

3. ระบบไฟฟ้าและกระจกหน้าต่าง (Window Regulator)

ภายในแผงประตูไม่ได้มีแค่เหล็ก แต่มันคือที่อยู่ของมอเตอร์กระจกไฟฟ้า สายไฟ และเซนเซอร์ต่างๆ

  • แรงสั่นสะเทือนสะสมอาจทำให้รางกระจกหลวมหรือมอเตอร์เคลื่อน
  • ผลที่ตามมา: กระจกขึ้น-ลงช้าลง มีเสียงดังแกรกๆ หรือกระจกค้าง

4. โครงสร้างและบานพับเสียศูนย์ (Door Hinges & Alignment)

ประตูรถยนต์มีน้ำหนักค่อนข้างมาก การเหวี่ยงปิดด้วยความเร็วสูงจะทำให้เกิดแรงเหวี่ยงที่จุดหมุนหรือบานพับ

  • ผลที่ตามมา: เมื่อบานพับเริ่มทรุด ประตูจะปิดไม่สนิท มีอาการ "ประตูตก" เวลาเปิดจะรู้สึกติดขัด และทำให้สีขอบประตูเสียดสีกันจนถลอก
การปิดประตูรถเบาๆ ไม่ใช่เรื่องของการเจ้ายศเจ้าอย่าง แต่มันคือการ "ประหยัดเงินในกระเป๋า" และรักษามูลค่าของตัวรถให้คงสภาพดีอยู่เสมอครับ

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น

Ad Code

Responsive Advertisement